Get Adobe Flash player

รายงานการสร้างและพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง รู้และรักษ์ป่าชายเลนอ่าวพนังตัก กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

ชื่อเรื่อง           รายงานการสร้างและพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  เรื่อง รู้และรักษ์ป่าชายเลนอ่าวพนังตัก สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดหูรอ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1

ชื่อผู้วิจัย       นางจินตนา  อุ่นอบ

ปีการศึกษา    2560

บทคัดย่อ

                 การวิจัยครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างและพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่องรู้และรักษ์ป่าชายเลนอ่าวพนังตัก กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์  80/ 80  2)  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ เรื่องรู้และรักษ์ป่าชายเลนอ่าวพนังตักของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการใช้
ชุดกิจกรรม  3)  เพื่อศึกษาความตระหนักในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าชายเลนก่อนและหลังเรียน  จากการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  เรื่องรู้และรักษ์ป่าชายเลนอ่าวพนังตัก  4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  เรื่องรู้และรักษ์ป่าชายเลนอ่าวพนังตัก กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3   โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดหูรอ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 จำนวนนักเรียนทั้งหมด 11 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive or Judgment Sampling ) ระยะเวลาในการวิจัยระหว่างตั้งแต่วันที่ 9 เดือนมกราคม  พ.ศ.2561 ถึงวันที่ 7 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2561  จำนวน 24 ชั่วโมง  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่องรู้และรักษ์ป่าชายเลนอ่าวพนังตัก กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  จำนวน 7เล่ม  2) แผนการจัดการเรียนรู้แบบการสอนกระบวนการสืบเสาะ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง รู้และรักษ์ป่าชายเลนอ่าวพนังตัก จำนวน  9  แผนการเรียนรู้ เวลา 24 ชั่วโมง  3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องรู้และรักษ์ป่าชายเลนอ่าวพนังตัก  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เป็นแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน  20 ข้อ มีค่า (P) ตั้งแต่ 0.20 – 0.93  ค่าอำนาจจำแนกรายข้อ (D) ตั้งแต่ 0.20 – 0.73 มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ()เท่ากับ 0.834   4) แบบวัดความตระหนักในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าชายเลน ก่อนและหลังเรียนจากการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เรื่องรู้และรักษ์ป่าชายเลนอ่าวพนังตักจำนวน 20 ข้อ  ค่าอำนาจจำแนก (rxy) อยู่ระหว่าง 0.19- 0.63 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามความพึงพอใจทั้งฉบับโดยหาสัมประสิทธิ์แอลฟาตามวิธีของ ครอนบาร์ค ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ () เท่ากับ 0.860  และ  5)  แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี
ที่ 3 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรม เรื่อง  รู้และรักษ์ป่าชายเลนอ่าวพนังตัก สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 20 ข้อ ค่าอำนาจจำแนก (rxy) อยู่ระหว่าง 0.27 – 0.66 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามความพึงพอใจทั้งฉบับโดยหาสัมประสิทธิ์แอลฟาตามวิธีของ ครอนบาร์ค ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ () เท่ากับ 0.867 วิเคราะห์ข้อมูลโดยหา ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ  t–test

ผลการวิจัยพบว่า

1.  สร้างและพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่องรู้และรักษ์ป่าชายเลนอ่าวพนังตัก กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  มีค่าประสิทธิภาพ 88.44/85.00 แสดงว่า ชุดกิจกรรม เรื่องรู้และรักษ์ป่าชายเลนอ่าวพนังตัก กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3   มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80

2.  การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ เรื่องรู้และรักษ์ป่าชายเลนอ่าว  พนังตักของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรม พบว่า มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างการทดสอบก่อนเรียนและการทดสอบหลังเรียน โดยการทดสอบ  ค่าที (t – test)  พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  เรื่องรู้และรักษ์ป่าชายเลนอ่าวพนังตัก กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  ค่า t- test  มีค่าเท่ากับ 13.119 แสดงว่า ผลการเรียนรู้หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.  นักเรียนมีความตระหนักในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าชายเลน โดยรวมอยู่ในระดับดีมากที่สุด  ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.60  โดยพบว่า นักเรียนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งในการจับสัตว์ในป่าชายเลนมาเลี้ยงมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.82 และ นักเรียนเห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่นักเรียนควรมีส่วนร่วมในการเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับการปลูกและรักษาป่าชายเลน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.73

4.  ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ เรื่องรู้และรักษ์ป่าชายเลนอ่าวพนังตัก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  เรื่อง รู้และรักษ์ป่าชายเลนอ่าวพนังตัก โดยรวมอยู่ในระดับมาก  คิดเป็นค่าเฉลี่ยความพึงพอใจเท่ากับ  4.48 นอกจากนี้ยังพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจด้านเนื้อหามากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.51 และมีความพึงพอใจด้านสื่อและอุปกรณ์การเรียนการสอนน้อยที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.45  ตามลำดับ และข้อที่นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุดคือ ด้านสื่อและอุปกรณ์การเรียนการสอน ข้อ 2 ฉันภูมิใจที่ได้ลงมือปฏิบัติงานประกอบการเรียนมีค่าเฉลี่ย 4.82

 

9 ตอบกลับที่ รายงานการสร้างและพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง รู้และรักษ์ป่าชายเลนอ่าวพนังตัก กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

  • พิกุล ขีปนวัฒา พูดว่า:

    เป็นงานวิจัยที่ดีมาก สามารถนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาผู้เรียนได้เป็นอย่างดีค่ะ

  • นายศรายุทธ ชาญนคร พูดว่า:

    จากงานวิจัยฉบับนี้ พบว่ามีการใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนเป็นฐานแห่งการเรียนรู้ สร้างความตระหนัก รักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนสัมผัสกับทรัพยากรที่มีคุณค่าในชุมชน สร้างแบบฝึกเพื่อส่งเสริมการคิด และตระหนักรู้ในหน่วยวิทยาศาสตร์นี้ ทำให้นักเรียนรู้รักษ์ท้องถิ่น และ ได้เรียนรู้สิ่งที่มีความหมายต่อชีวิต น่าจะเปิดโอกาสให้นักเรียนคิด และทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่ชุมชนด้วยตัวเอง เพื่อเกิดความภาคภูมิใจ และได้เน้นย้ำความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรในชุมชน ให้นักเรียนรู้จักหวงแหน ท้องถิ่น และร่วมกันรักษา

  • ภิญโญ พูดว่า:

    วิจัยเรื่อง รู้และรักษ์ป่าชายเลนอ่าวพนังตัก สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 น่าสนใจและมีประโ่ยชน์สำหรับครูผู้สอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

  • นางสาวพิรฌา นิลโฉม พูดว่า:

    เป็นงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อครูและนักเรียนมาก สามารถนำมาใช้เป็นแบบอย่างได้เป็นอย่างดีค่ะ

  • อัญญรินทร์ ทิมทอง พูดว่า:

    เป็นงานวิจัยที่เป็นประโยชน์มากค่ะ จากผลงานวิจัยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความตระหนักและปลูกฝังจิตสำนึกของเด็กให้เห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น เพื่อต่อไปเขาจะได้รักและหวงแหนให้คงอยู่สมบูรณ์ตลอดไป

  • มงคล เซ่งเจริญ พูดว่า:

    ดีมากครับ เหมาะสมกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่3
    ที่ให้นักเรียนรู้จักการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ส่งความเห็นที่ มงคล เซ่งเจริญ ยกเลิกการตอบ

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *